เฮดหนังใหญ่.jpg

“ หนัง ”

     จัดเป็นมหรสพที่มีมาตั้งแต่โบราณเมื่อประมาณ 2,000 ปีที่แล้ว โดยเรียกการแสดงในรูปแบบนี้ว่า

"หนัง" เนื่องจากที่มนุษย์มีการนำหนังสัตว์มาประดิษฐ์เป็นรูปร่างต่างๆ ของตัวละคร แล้วใช้การตกทอด

ของเงาบนผ้าขาว การเล่าเรื่อง เสียงดนตรี ในการให้ความบันเทิง  โดยการแสดงหนังใหญ่ถือว่าเป็น

มหรสพที่เก่าแก่ของไทย เนื่องจากเป็นการแสดงที่รวมศิลปะที่ทรงคุณค่าหลายแขนง เพราะองค์ประกอบ

ในการใช้แสดงหนังใหญ่ ทั้งตัวหนังใหญ่ คนเชิดหนังใหญ่ การบรรเลงดนตรี การพากย์ เนื้อเรื่อง แสดงถึง

ความสามารถของบรรพบุรุษที่ประสานงานศิลปะต่าง ๆ เข้าด้วยกันให้เป็นการแสดงที่งดงามและมี

เอกลักษณ์ของประเทศไทย

ประวัติหนังใหญ่

วัดขนอน

2.jpg

ช่วงที่ 1  ... ยุครุ่งเรือง

ช่วงที่ 2 ... ยุคซบเซา

ช่วงที่ 3 ... ยุคฟื้นฟู

ช่วงที่ 4 ... ยุคสืบสาน

Shadow on Concrete Wall
สหัสพีเอนจี.png
นางยักพีเอนจี_edited.png
นางสีดาผูกคอพีเอนจี.png
พระรามมั้งพีเอนจี_edited.png
หนังใหญ่ตกแต่ง.png

01

ยุครุ่งเรือง

     ผู้ที่ริเริ่มในการแกะสลักตัวหนังคือท่านพระครูศรัทธาสุนทร หรือหลวงปู่กล่อมโดยแต่เดิมนั้นวัดขนอนมีหนังวัวเป็นจำนวนมากเนื่องจากชาวบ้านสมัยก่อนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรมทำนา และใช้แรงงานวัว เมื่อวัวตายก็แล่เอาหนังมาถวายวัดเพื่อเอาไว้ขึ้นกลอง หลังจากที่ด่านขนอนได้ถูกยกเลิกไป ทำให้หลวง

ปู่กล่อม ครูอั๋ง ช่างพ่วง ครูบก ช่างจาด และช่างจ้ะ มาช่วยกันทำหนังใหญ่ตั้งแต่กลางสมัยรัชกาลที่ 5

กดเ้่า_edited.jpg

ตัวหนังใหญ่ชุดแรกของวัดขนอนที่สร้างขึ้นชื่อชุด "หนุมานถวายแหวน" แต่หนังชุดนี้แสดงได้ไม่กี่ครั้งก็ต้องเลิกล้มไป เพราะตัวหนังใหญ่เมื่อถูกน้ำฝนทำให้หนังหดและยัย่น

ท่านจึงได้คิดหาวิธีแก้ไขปรับปรุงด้วยวิธีการต่างๆ จนในที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาได้สำเร็จมีความเรียบ สวยงาม คงทนจนถึงปัจจุบันหลังจากนั้น

ก็มีการสร้างตัวหนังใหญ่อีกหลายชุด ชุดสุดท้ายคือชุด “ทศกัณฐ์สั่งเมือง”

ด้วยความเชี่ยวชาญด้านช่างของท่านจึงทำให้ตัวหนังใหญ่วัดขนอนมีความงดงาม อ่อนช้อยและมีสีสันสวยงาม จนกระทั่งมีตัวหนังใหญ่มากกว่า 400 ตัวนับว่าตัวหนังใหญ่ของวัดขนอน

มีครบทุกประเภท ทำให้ตัวหนังใหญ่ของวัดขนอนสามารถใช้เล่นเรื่องรามเกียรติ์ได้ครบทั้งเรื่อง ตั้งแต่ต้นจนจบ

51942.jpg
DSC00882_edited.jpg

02

ยุคซบเซา

นับตั้งแต่หลวงปู่กล่อมริเริ่มให้มีการแสดงหนังใหญ่วัดขนอนขึ้นมานั้นการแสดงหนังใหญ่วัดขนอนก็เป็นที่นิยม และสร้างชื่อเสียงให้วัดเป็นอย่างมากจนกระทั่งสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัววัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามีอิทธิพลต่อประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ ดนตรี ฯลฯ การแสดงหนังใหญ่เริ่มมีผู้ชมน้อยลง ต่อมาเมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง

การแสดงมหรสพและความบันเทิงต่าง ๆ รวมทั้งการแสดงหนังใหญ่ต้องหยุดกันไปเพราะสภาวะบ้านเมืองประกอบกับหลวงปู่กล่อมมรณภาพ พ.ศ. 2485 ตัวหนังใหญ่ถูกเก็บวาง

ทิ้งไว้ในศาลาดินหรือโรงหุงข้าวของวัด ถูกแดด ถูกฝน ถูกสุนัข

กัดแทะบ้าง กว่าจะนำตัวหนังใหญ่ออกมาแสดงสักครั้งหนึ่ง

ก็เว้นระยะไปเป็นเวลานาน ตัวผู้แสดงเองก็ไม่ได้ออกแสดงที่ไหนเลย อุปกรณ์ประกอบการแสดงหนังใหญ่ เช่นเครื่องดนตรี

จอหนัง และอื่น ๆ ก็กระจัดกระจายหายไปตัวหนังใหญ่ถูกทิ้ง

ไว้อย่างนั้นโดยไม่มีผู้สนใจ และขาดการทำนุบำรุงจนเวลา

ผ่านไปมากกว่า 30 ปี

พระนารายณ์_edited.jpg
38_edited.png

03

ยุคฟื้นฟู

หลังจากที่หนังใหญ่วัดขนอนหยุดการแสดงไปเป็นเวลานาน

มีชาวต่างประเทศมาขอซื้อหนังใหญ่จากวัดหลายครั้ง ทาง

วัดขนอนและชาวบ้านไม่ยอมขาย และทำให้เห็นความสำคัญของตัวหนังใหญ่ขึ้นมาจึงรวบรวมตัวหนังใหญ่ทั้งหมดมาเก็บไว้บนกุฏิหอสวดมนต์เก่า บรรจุไว้ใน

ลังขนาดใหญ่และวางลังช้อนกันไว้ ซึ่งเป็นการดูแลรักษาที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ตัวหนังใหญ่ชำรุดเสียหาย

   ต่อมาท่านปลัดเจริญ จิรปุญโญ เจ้าอาวาสวัดขนอน และชาวบ้านในชุมชนมีแนวคิดที่จะฟื้นฟูหนังใหญ่วัดขนอน และเผยแพร่คุณค่าความงามทางหัตถศิลป์จึงได้ร่วมมือกับนักวิชาการจัดนิทรรศการหนังใหญ่วัดขนอนขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าริเวอร์ซิตี้กรุงเทพฯปรากฎว่าไม่ประสบความสำเร็จต่อมาใน พ.ศ. 2532 ท่านพระครูสังฆบริบาลเจ้าอาวาสวัดขนอน พระนุชิต วชิรวุฑโฒ

และคณะกรรมการวัดขนอนได้รับพระราชทานพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพของพระองค์ จึงได้ถวายรายงานเรื่องตัวหนังใหญ่วัดขนอนมีการชำรุดเสียหายเป็นจำนวนมาก

พระองค์พระราชทานพระราชดำริให้วัดขนอน

เก็บรักษาตัวหนังใหญ่ไว้ และจัดทำตัวหนังใหญ่

ชุดใหม่เพื่อใช้แสดงแทนตัวหนังใหญ่ชุดเดิมและยังมีรับสั่งให้ฝึกหัดเยาวชนสืบทอดการแสดงหนังใหญ่ พร้อมทั้งจัดสร้างพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ขึ้นในบริเวณวัด เพื่อเก็บรักษาตัวหนังใหญ่ชุดเดิมเอาไว้เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา ตัวพิพิธภัณฑ์สร้างเสร็จเมื่อ พ.ศ. 2542 เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิพระชนม

พรรษา 6 รอบ 5 ธันวาคม 2542 และเปิดพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอนให้ประชาชนทั่วไปได้เยี่ยมชมนับแต่นั้นเป็นต้นมา

04

พระครูสังฆบริบาล และพระครูพิทักษ์ศิลปาคมเจ้าอาวาสวัดขนอนทั้งสองท่านนี้เป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสืบสานการแสดงหนังใหญ่วัดขนอน

เนื่องจากการแสดงหนังใหญ่วัดขนอนได้หยุดไปนานตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 คงมีเหลือสืบทอดอยู่เฉพาะภายในครอบครัวของคนที่เคยเล่นเท่านั้น แต่หลังจากการฟื้นฟูการแสดงหนังใหญ่วัดขนอน คนเล่นหนังรุ่นเก่าก็เริ่มกลับเข้ามาช่วยกันฟื้นฟูการแสดงหนังใหญ่ โดยทางวัดรับผิดชอบดูแลเยาวชน และจัดการให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานมีการปรับปรุงระยะเวลาการแสดงให้เหมาะสมกับยุคสมัยในขณะที่การแสดงยังมีลักษณะเหมือนเดิม หนังใหญ่วัดขนอนเมื่อได้ออกแสดงทั่วประเทศมากขึ้นก็มีคนรู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น ทำให้หนังใหญ่วัดขนอนมีชื่อเสียงมากจนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

ที่สำคัญของจังหวัดราชบุรี

ยุคสืบสาน

ในปัจจุบันคณะหนังใหญ่วัดขนอนนับว่าเป็นคณะหนังใหญ่

ที่มีความสมบูรณ์ในด้านรูปแบบการแสดง ที่ยังคงยึดถือธรรมเนียมการแสดงแบบพื้นบ้านโบราณไว้ได้อย่างเคร่งครัด

มีตัวหนังใหญ่จำนวนมากที่สุด และสมบูรณ์ที่สุด มีการถ่ายทอดภูมิปัญญาความรู้ให้กับเยาวชนรุ่นต่อไป ทั้งการแสดงหนังใหญ่ การดนตรีไทย และการแกะสลักหนังใหญ่ ทั้งนี้นปัจจุบันมีตัวหนัง 313 ตัว ตัวหนังใหญ่ของวัดขนอนทั้งหมดถือว่าเป็นสมบัติ และอยู่ในความอุปถัมภ์ของวัด นับเป็นสมบัติที่ได้ร่วมรักษาสืบทอดกันมา เป็นเพียงวัดเดียวที่มีมหรสพเป็นของวัด มีตัวหนัง และคณะหนังใหญ่ที่สมบูรณ์สืบทอดมาจนถึงทุกวันนี้

IMG_4699.jpg