เฮดความแตกต่าง.jpg

หนังใหญ่วัดขนอนมีตัวหนังอยู่ 2 ชุดคือ

DSC00882_edited.jpg

ตัวหนังใหญ่ชุดเดิม

เป็นตัวหนังที่ทำขึ้นตั้งแต่สมัยที่ท่านพระครูศรัทธาสุนทร หรือหลวงปู่กล่อมจัดสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 จำนวนมากกว่า 400 ตัว ปัจจุบันคงเหลืออยู่ 313 ตัว และเก็บรักษาไว้ใน "พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน"

9.jpg

ตัวหนังใหญ่ชุดใหม่

เป็นตัวหนังที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้มหาวิทยาลัยศิลปากรจัดทำขึ้นตามแบบตัวหนังใหญ่ชุดเดิมตั้งแต่ พ.ศ.2533 แล้วเสร็จใน พ.ศ. 2538 จำนวน 313 ตัว และได้พระราชให้วัดขนอนเพื่อไว้ใช้ในการแสดงหนังใหญ่โดยเฉพาะ

ความแตกต่างระหว่างตัวหนังใหญ่ชุดเดิม
กับตัวหนังใหญ่ชุดใหม่

     การทำตัวหนังใหญ่แต่เดิมนั้นนับเป็นศิลปะการช่างชั้นสูงอย่างหนึ่ง ที่ต้องใช้ฝีมืออันประณีต

ละเอียดอ่อน ความงามของตัวหนังขึ้นอยู่กับการออกแบบตัวละครในภาพให้มีสัดส่วน และลวดลาย
ประดับประดาที่เหมาะสมกับรูป โดยเฉพาะตัวหนังใหญ่ที่เป็นภาพจับหรือภาพรบกัน ซึ่งมีตัวละคร

มากตัวในภาพเดียวกัน ช่างโบราณจะพยายามคิดประดิษฐ์ท่าที่รบพันกันอย่างสวยงาม และเร้าใจ

คนดู นอกจากการออกแบบตัวภาพแล้ว ยังต้องอาศัยความชำนาญของการสลักหรือปรุลายให้เป็น

รูปที่ต้องการ อันดับสุดท้ายก็คือ การระบายสีเพื่อให้เกิดสีสันสวยงามและยังเป็นการบ่งบอกถึงตัว          ละครบางตัวอีกด้วย

     ตัวหนังใหญ่ชุดใหม่ของวัดขนอน  จัดทำขึ้นโดยมีจุดประสงค์ที่จะทำตามแบบตัวหนังใหญ่

ชุดเดิมให้มากที่สุด โดยคณะผู้จัดทำโครงการหนังใหญ่ชุดใหม่ของวัดขนอนตามพระราชดำริฯ ได้สืบ

ค้นเทคนิคการทำตัวหนังใหญ่ชุดเดิมของช่างโบราณโดยเฉพาะในส่วนของการระบายสี แต่ก็ไม่สามารถ

ใช้วิธีเดียวกับช่างโบราณทั้งหมดได้ เนื่องจากข้อจำกัดบางประการทำให้ต้องใช้กรรมวิธีแบบใหม่เพื่อ

ให้ได้ผลตามที่ต้องการ ซึ่งสามารถเปรียบเทียบเป็นขั้นตอนดำเนินการดังนี้

1. การเขียนลายเส้น หรือภาพร่าง

1ร่างเส้นแบบเก่า.jpg

ช่างจะร่างเส้นลงบนตัวหนัง โดยใช้พู่กัน

จุ่มสีขาวร่างลงไปบนผืนหนังที่ฟอกและทา

สีดำ(เขม่าดินหม้อ)แล้วหลังจากนั้นปรุหนังตามลายที่ร่างไว้

ตัวหนังใหญ่ชุดเดิม

1ร่างเส้นใหม่.jpg

นำกระดาษไขมาทาบลงบนตัวหนังต้นแบบเขียนลวดลาย

ด้วยปากการอตติงเบอร์  0.5 เมื่อลอกลายเสร็จแล้ว

นำไปถ่ายเป็นพิมพ์เขียวเพื่อปิดลงบนแผ่นหนังด้วย

กาวน้ำและปรุลายต่อไป

ตัวหนังใหญ่ชุดใหม่

2. วัสดุที่ใช้ทำตัวหนัง

2หนังวัว.jpg

ช่างโบราณนิยมใช้หนังวัวมาทำตัวมากกว่าหนังควาย เพราะหนังวัวมีความละเอียด และนุ่มนวลกว่าหนังควาย

ตัวหนังใหญ่ชุดเดิม

แรกเริ่มได้สั่งซื้อแต่หนังวัวจากองค์การฟอกหนัง แต่มีข้อจำกัดเรื่องขนาด ไม่สามารถทำตัวหนัง

ที่มีขนาดใหญ่มากๆ ได้ ต่อมาจึงเปลี่ยนมาใช้

หนังควายแทน

2หนังควาย.jpg

ตัวหนังใหญ่ชุดใหม่

3. ขั้นตอนการเตรียมหนัง

ขั้นตอนในสมัยโบราณค่อนข้างยุ่งยากซับซ้อน

คือ เมื่อได้หนังวัวมาแล้วต้องนำมาหมักในน้ำ

ปูนขาว หรือน้ำเกลือเข้มข้นประมาณ 1 ชั่วโมง

แล้วนำไปขึงบนสะดึงไม้สี่เหลี่ยมจนแห้งดีจากนั้น

ใช้มีดขูดขนออกให้หมด นำไปหมักในน้ำที่ทำจากต้นลำโพงทิ้งไว้ประมาณ  7-10  วันแล้วจึงนำ

หนังนั้นมาขึงบนสะดึงไม้อีกครั้งตากไว้ในร่ม

จนแห้งสนิทก็พร้อมสำหรับนำมาปรุลายได้

ตัวหนังใหญ่ชุดเดิม

Picture 232_edited.jpg
Picture 019.jpg

ตัวหนังใหญ่ชุดใหม่

นำหนังดิบซึ่งฟอกมาแล้วจากองค์การฟอกหนัง

ลงแช่ในน้ำให้นุ่ม จากนั้นนำขึ้นมาแช่ลงในน้ำ

ที่ผสมน้ำส้มสายชู แช่ทิ้งไว้ประมาณ 4-5 ชั่วโมง

นำผืนหนังมาขึงบนสะดึงไม้ ตรึงด้วยตะปูเป็น

กรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขึงหนังไว้ในที่ร่มจนแห้งสนิท

ก็พร้อมสำหรับนำมาปรุลายได้

4. การปรุลาย

ตัวหนังใหญ่ชุดเดิม

Untitled-1_edited.jpg

เครื่องมือที่ใช้ในการปรุลายมี 2 ประเภทคือ

- คือเครื่องตอก ใช้มุกมีลักษณะเป็นหลอดเหล็กกลวงปลายคม ตอกเดินลาย

- เครื่องตัด ใช้สิ่วชนิดต่างๆ เช่น สิ่วหน้าตัด สิ่วตัดเฉียง และสิ่วเล็บมือ ใช้ตัด กรีด และเฉือนตามลาย

ที่ต้องการ

เครื่องมือที่ใช้ในการปรุลายมี 2 ประเภทคือ

- เครื่องตอกเดินลาย ใช้ตุ๊ดตู่ขนาดต่างๆ

 

- เครื่องตัด ใช้มีดปลายแหลมขนาดเล็กคล้ายกระบอกปืน ตัดหรือเฉือนบริเวณที่ต้องการให้โปร่งเป็นช่องเพื่อความคล่องตัวในการใช้งาน ไม่ได้ใช้สิ่วตามแบบสมัยโบราณ

Untitled-1_edited.jpg

ตัวหนังใหญ่ชุดใหม่

5. การระบายสีตัวหนัง

สีที่ใช้ระบายตัวหนังใหญ่วัดขนอนเป็น

วัสดุธรรมชาติ เช่น

     สีดำ : ได้จากเขม่าหรือขี้เถ้าของพืชบางชนิด

              (เผาใบตองแห้งของกล้วยตานีให้เขม่า                มาจับอยู่บนกระโจม)

     สีเหลือง : ได้จากแก่นขนุน

     สีแดง : ได้จากแก่นไม้ฝางนำมาต้มผสมสารส้ม

     สีเขียว : ได้จากสนิมทองแดงหรือจุนสี

                 ผสมน้ำมะนาว

ตัวหนังใหญ่ชุดเดิม

ตัวหนังใหญ่ชุดใหม่

หนังใหญ่ชุดใหม่ของวัดขนอนต้องการใช้

สีแบบเดิมให้ได้มากที่สุด แต่จากการทดลอง

พบว่าไม่สามารถทำได้ จึงปรับเปลี่ยนวิธีการ

ผสมสีใหม่เพื่อให้ใกล้เคียงกับของเดิมมากที่สุด

เช่น

    สีดำ : ใช้หมึกจีนผสมด้วยฝุ่นขาว และฝุ่นแดง

    สีเหลืองแดง : ใช้แก่นไม้ฝาง แก่นขนุน

                        และน้ำยางรงผสมกัน

    สีน้ำตาลแดง : ใช้หมากแห้งแช่เหล้า

    สีเขียว : ได้จากสนิมทองแดงหรือจุนสี

                 ผสมน้ำมะนาว

6. การตัดเส้น

6ตัดเส้นเก่า.jpg

ตัวหนังใหญ่ชุดเดิม

การตัดเส้นตัวหนังใหญ่ชุดเดิม จริงๆ แล้วเกิดจากการร่างภาพด้วยเส้นสีขาว ลงบนผืนหนังที่ทาสีดำตลอดผืน แล้วจึงปรุภาพตามร่างเมื่อปรุเสร็จส่วนที่ต้องการ

ให้เป็นสีก็ขูดสีดำออกด้วยผิวไม้ลวกแล้วระบายสีไป

ส่วนที่เหลือที่เป็นสีดำจึงยังคงมีเส้นร่างสีขาวปรากฏอยู่

ใช้วิธีตัดเส้นเมื่อระบายสีเสร็จแล้วโดยตัดเส้น

เพื่อเน้นตัวภาพด้วยสีฝุ่นสีขาว ระบายเป็นส่วนๆ

ไปตามสีที่เห็นจากตัวหนังใหญ่ต้นแบบ จากนั้น

เคลือบด้วยน้ำยาเป็นขั้นตอนสุดท้าย เพื่อให้สีคงทน

และไม่หลุดลอกเมื่อถูกความชื้น

6ตัดเส้นใหม่.jpg

ตัวหนังใหญ่ชุดใหม่